วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

หลักการทำงานphp

1.User เรียกใช้งานเว็บ
2.ระบบ รับคำขอจาก user เข้ามาประมวลผล
3.เว็บ php ติดต่อเข้าฐานข้อมูลเพื่อขอเข้าใช้
4.ค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลเพื่อเตรียมแสดง
5.ข้อมูลที่ดึงขึ้นมาจากฐานข้อมูลถูกประมวลรวมกันแล้วแสดงผลออกมาเป็นหน้าเว็บ
6.หน้าเว็บที่ได้ ถูกส่งกลับไปยังผู้ใช้ข้อที่ 1

หลักการทำงาน มีแค่นี้จริงๆครับ ไม่ได้มีมากกว่านี้เลย(ถ้ามีอีกจะเป็นเชิงลึกมาก) แต่แค่ 6ข้อเนี่ย ก็เล่นเอามึนมาแล้วนักต่อนักครับ เราก็มาเริ่มกันทีละข้อเลยดีกว่า นั่นคือ

1.User เรียกใช้งานเว็บ ก็เหมือนเราๆท่านๆที่กำลังเปิดเว็บนี่ล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นการคลิกลิ้งค์ หรือเป็นการพิมพ์ชื่อโดเมนเข้ามาก็ตาม

2.ระบบ รับคำขอจาก user เข้ามาประมวลผล เกิดขึ้นหลังจากที่รับคำสั่งมาจาก user ก็ตรวจสอบว่าคำสั่งนั้นต้องการดึงข้อมูลจากเว็บใด ก็รับคำขอมาประมวลผล

3.เว็บ php ติดต่อเข้าฐานข้อมูลเพื่อขอเข้าใช้ เมื่อเปิดการประมวลผลหน้าเว็บ php และเจอคำสั่งที่ใช้ติดต่อฐานข้อมูล ระบบก็จะเชื่อมต่อเข้าไปที่ส่วนของฐานข้อมูลเพื่อเตรียมพร้อมกานรับส่งข้อมูลกับฐานข้อมูลต่อไป

โดยเราจะต้องมีโค้ดเพื่อทำการเชื่อมต่อนะครับ ไม่อย่างนั้น ตัว PHP จะไม่สามารถเข้าไปทำการเปิดฐานข้อมูลมาได้ครับ ด้วยเหตุผลหลายๆข้อดังนี้

1.เพื่อความปลอดภัย เพราะว่าอย่างที่ทราบว่า host 1เครื่องมีหลายคนใช้งาน หลายฐานข้อมูล ดังนั้น เราก็ต้องแยกกันใช้ด้วยเจ้าผู้ใช้งานนี่ล่ะครับ และเพื่อกันการที่บุคคลทั่วไปมาเปิดฐานข้อมูลดูด้วยครับ
2.เพื่อความสะดวกในการเข้าถึง เพราะหากว่าเอาฐานข้อมูลมากองรวมกันหมด มันคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายในการค้นหาแน่ๆ
3.เพื่อความรวดเร็ว เพราะว่า จะได้แยกออกมาได้อย่างถูกต้องว่า user แต่ละคนนั้นมีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง

โค้ดการเชื่อมต่อ MySQL จะมีดังนี้ครับ

$hostspec = 'localhost';//ลักษณะ host ปรกติคือ localhost $username = 'user';//username ของผู้ใช้งาน MySQL $password = 'seekrit';//password ของผู้ใช้งาน MySQL $database = 'phpbook';//ชื่อ ฐานข้อมูลที่เราจะทำการติดต่อ $table = 'name';//ตารางที่เรา ต้องการติดต่อ $handle = @mysql_connect($hostspec, $username, $password);//คำสั่งติดต่อฐานข้อมูล if (!$handle) { die("Could not connect to database");//หมายความว่าติดต่อไม่ได้ }

4.ค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลเพื่อเตรียมแสดง เริ่มทำการค้นหาข้อมูลที่เก็บตามเงื่อนไขคำสั่งของ php ที่สั่งมา โดยอาศัยภาษา SQL จากนั้นก็คืนข้อมูลที่ต้องการไปยังหน้าเว็บ php ซึ่งโค้ดก็จะมีดังนี้

mysql_select_db($database);//เปิด ฐานข้อมูลที่เก็บในตัวแปร $database $result = mysql_query("SELECT article_subject FROM $table");//ค้นข้อมูลจาก field ที่ชื่อ testvalue จากตารางชื่อที่เก็บในตัวแปร $table มาใส่ในตัวแปร $result $result2 = mysql_fetch_array($result);//เอาค่าของ field ชุดแรกแรกมาใส่ในตัวแปร$result2

5.ข้อมูลที่ดึงขึ้นมาจากฐานข้อมูลถูกประมวลรวมกันแล้วแสดงผลออกมาเป็นหน้าเว็บ เมื่อรับข้อมูลจาก SQL เข้ามาแล้ว ก็เข้าไปในส่วนแสดงผลต่อ เพื่อให้ออกมาเป็นหน้าเว็บ โค้ดมีดังนี้ครับ

if($result2){ echo $result2['testvalue'];//แสดง ค่าที่เก็บอยู่ใน Field ที่ชื่อ testvalue }

6.หน้าเว็บที่ได้ ถูกส่งกลับไปยังผู้ใช้ข้อที่ 1 หน้าเว็บที่พร้อมแล้วก็จะถูกส่งกลับไปแสดงกับผู้ใช้ที่เรียกเข้ามา

จบแล้วครับเอาไปลองได้จริงเลยนะครับ โดยไปsave ชื่ออะไรก็ได้ แต่นามสกุล .php ครับ แล้วอย่าลืมเปิด Tag PHP ด้วยนะครับ คือเปิดด้วย ครับ

และในส่วนของ PHP-Fusion เองเนี่ย มันมีอะไรให้ท่านใช้งานได้ง่ายกว่านั้นอีกครับ เพราะว่าเค้าเขียนไอที่ยาวๆเยิ่นเย้อให้เหลือแค

$result = dbquery("SELECT * FROM ".$db_prefix."news");//คือการค้นหาข้อมูลจากตารางที่ชื่อ news โดยค้นทุก field ใส่ใน $result $data = dbarray($result);//เอา ข้อมูลใน field ชุดแรก ใส่ในตัวแปร $data echo $data['news_news'];//แสดง ข้อมูลจากตัวแปร $data['news_news'] คือแสดงเฉพาะข้อมูลส่วนของ field news_news นั่นเอง

3บรรทัดครับ แต่ชุดล่างนี้อย่างที่บอกนะครับว่าใช้ได้เฉพาะเว็บ php-fusion เท่านั้น เพราะเค้าเขียนฟังก์ชั่นให้เราใช้งานได้อย่างสะดวกแล้วครับ

นี่ล่ะครับ คือวิธีง่ายๆ อันนี้ผมแสดงให้ดูเป็นการเบื้องต้นเพื่อทำความเข้าใจนะครับ หากต้องการศึกษาเรื่องนี้ลึกๆ ก็ลองถาม พี่ google ดูเลยครับเพราะว่ารายละเอียดมันมีอีกเยอะมากเลย

ท้ายนี้ก็หวังว่าจะเข้าใจมากขึ้นแล้วนะครับ สำหรับเรื่อง PHPและ MySQL ไม่ต้องงงแล้วนะครับ ว่ามันคืออะไร และมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร และมันทำหน้าที่อะไรครับ

http://meewebfree.com/site/basic-website/12-get-use-php-mysql

หลักการทำงานของ php

ในปัจจุบัน Web site ต่าง ๆ ได้มีการพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว อาทิเช่น เรื่องของความสวยงามและแปลกใหม่, การบริการข่าวสารข้อมูลที่ทันสมัย,เป็นสื่อกลางในการติดต่อ และสิ่งหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากซึ่ง อได้ว่าเป็นการปฏิวัติรูปแบบการ ขายของก็คือ E-commerce ซึ่งเจ้าของสินค้าต่างๆ ไม่จำเป็น ต้องมีร้านค้าจริงและไม่จำเป็นต้องจ้างคนขายของอีกต่อไปร้านค้าและตัวสินค้านั้น จะไปปรากฏอยู่บน Wed site และการซื้อขายก็เกิดขึ้นบนโลกของ Internet แล้ว PHP ช่วยเราให้เป็นการพัฒนา Web site และความสามารถที่โดดเด่นอีกประการ-หนึ่งของ PHP นั้น คือ database-enabled web page ทำให้เอกสารของ HTML สามารถที่ จะเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูล (database)ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว จึงทำให้ ความตองการในเรื่องการจัดรายการสินค้าและรับรายการสั่งของตลอดจนการจัดเก็บ ข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญผ่านทาง Internet เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

PHP เป็นภาษาจำพวก scripting language คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่า สคริปต์ (script) และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปลชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript, Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถสอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเอกสารแบบ Dynamic HTML ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น

เนื่องจากว่า PHP ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัว Web Server ดังนั้นถ้าจะใช้ PHP ก็จะต้องดูก่อนว่า Web server นั้นสามารถใช้สคริปต์ PHP ได้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น PHP สามารถใช้ได้กับ Apache WebServer และ Personal Web Server (PWP) สำหรับระบบปฏิบัติการ Windows 95/98/NT
ในกรณีของ Apache เราสามารถใช้ PHP ได้สองรูปแบบคือ ในลักษณะของ CGI และ Apache Module ความแตกต่างอยู่ตรงที่ว่า ถ้าใช้ PHP เป็นแบบโมดูล PHP จะเป็นส่วนหนึ่งของ Apache หรือเป็นส่วนขยายในการทำงานนั่นเอง ซึ่งจะทำงานได้เร็วกว่าแบบที่เป็น CGI เพราะว่า ถ้าเป็น CGI แล้ว ตัวแปลชุดคำสั่งของ PHP ถือว่าเป็นแค่โปรแกรมภายนอก ซึ่ง Apache จะต้องเรียกขึ้นมาทำงานทุกครั้ง ที่ต้องการใช้ PHP ดังนั้น ถ้ามองในเรื่องของประสิทธิภาพในการทำงาน การใช้ PHP แบบที่เป็นโมดูลหนึ่งของ Apache จะทำงานได้มีประสิทธิภาพมากกว่า

http://thaigpl.medianewsonline.com/index.php?topic=108.0

ภาษา PHP

พีเอชพี (PHP) คือ ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะเซิร์ฟเวอร์-ไซด์ สคริปต์ โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซต์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษา ภาษาซี ภาษาจาวา และ ภาษาเพิร์ล ซึ่ง ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจ ที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วรู้ซึ่งเป้า

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

LittleDog 2.0 สี่ขาจอมซ่ากลับมาแล้ว!!!

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] คุณผู้อ่านที่ติดตามเว็บไซต์ arip เป็นประจำ อาจจะจำเจ้า LittleDog หุ่นยนต์ 4 ขาที่สามารถเดินทางได้ทุกสภาพแวดล้อมพื้นผิว โดยไม่เกี่ยงว่า มันจะเต็มไปด้วยหินขรุขระ หรือเต็มไปด้วยหลึบร่องช่องรู ที่ทำให้มันก้าวเดินได้อย่างลำบาก แต่ก็ไม่เกินฝีมือของมันไปได้อย่างแน่นอน ล่าสุดมันกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความสามารถอันน่าทึ่งของมัน






Boston Dynamics บริษัทที่ได้รับทุนสนับสนุนหลายล้านเหรียญจาก DARPA ในการพัฒนาหุ่นยนต์สอดแนมสำหรับกองทัพที่สามารถเดินทางได้ในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะทุรกันดารเต็มไปด้วยโขดหิน ร่องน้ำ ตลอดจนพื้นทราย เรียกได้ว่า จะเป็นภูมิประเทศแบบไหนก็ไม่หวั่น ซึ่งเจ้า LittleDog หุ่นยนต์สี่ขาที่มีหน้าตาประหลาด (รูปร่างจะดูคล้ายกับ BigDog หุ่นยนต์ตัวพี่ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหล่าทหารหาญในสนามรบ แต่ตัวเล็กกว่ามาก) คือ ผลงานที่บริษัทมีความภาคภูมิใจมาก

สำหรับเวอร์ชันล่าสุดของหุ่นยนต์ LittleDog มันสามารถเรียนรู้เส้นทางทุรกันดาร ซึ่งเต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ได้ด้วยตัวเอง (หากก้าวพลาดพลั้งมันจะเรียนรู้และหาตำแหน่งที่ยืนได้มั่นคงกว่าด้วยตัวเองในครั้งต่อไป) การก้าวข้ามช่องว่าง หรือสิ่งกีดขวางที่อยู่เบื้องหน้า ตลอดจนไต่ขึ้นบันได และคลานต่ำบนพื้นลาดเอียง โดยเซ็นเซอร์ที่เท้าของ LittleDog จะไวต่อคุณสมบัติพื้นผิวที่มันสัมผัส (แข็ง หรืออ่อนนุ่ม) เพื่อตอบสนองและประมวลผลในการย่างก้าวของมัน ลองชมดูนะครับ รับรองว่าต้องประทับใจในความสามารถของมันอย่างแน่นอน


วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การแต่งภาพสวยๆ ในPhotoshop CS 5




วิธีการทำภาพ 3 มิติ


1.สร้างหน้ากระดาษขึ้นมาแล้วปรับขนาดตามต้องการค่ะ

2.จากนั้นไปที่เครื่องมือ Set foreground Color แล้วเลือกสีเข้ม 1 สี สีอ่อน 1 สี
3.ต่อไปคลิกที่แถบเมนูด้านบน---Filter---Render---Clouds
4.ให้กด Ctrl+f ซ้ำไปเรื่อย ๆ ก็จะหาย

5.มากำหนดFilter---Stylize---Extrude---แล้วปรับตามรูป*type * Blockssize 8Depth 100 * Random*solid Front faces6.นำรุปภาพใด ๆ ก็ได้ที่เป็นวรรณะเดียวกับพื้นหลังนำมาตัดหรือให้ภาพเกิดความสมดุลมากขึ้นโดยเลือกอุปกรณ์การตัด------Polygonal Lasso Tool (L)

7.ไปที่ Select---Modify---Feather---Edit---Copy---มาที่เป็นพื้นสามมิติ---Edit--Pasteจัดรูปให้สมดุลกับขนาดของพื้นหลัง


วิธีการทำภาพฉีก


1.เปิดภาพที่เราต้องการทำขึ้น
2.ใช้เครื่องมือ Lasso Tool แล้วเริ่มการตัดโดยเลือกส่วนที่เราต้องการให้ภาพนั้นมีรอยฉีก
3.สร้างหน้ากระดาษขึ้นมาโดยเลือกขนาดของเลเยอร์ตามขนาดที่เราต้องการ
4.นำภาพที่ตัดแล้วมาใส่ในเลเยอร์ใหม่ จากนั้นจัดขนาดของภาพ
5.ลงสี Backaround โดยนำเมาส์ไปคลิ๊กที่ Backaround ที่อยู่ข้างภาพจากนั้นไปที่เครื่องมือ Gradient Tool แล้วเลือกสีตามใจชอบ


วิธี ใส่รุ้งกินน้ำในภาพ

1.เลือกภาพที่ต้องการ
2.เลือก Gradient Tool คลิก Radial Gradient Tool ไปที่ Click open to Gradient pixker
เลือก Special Effect จะมีภาพรุ้งกินน้ำแล้วคลิดตกลง
3.สร้าง Layer ใหม่ แล้วไปที่ Gradient Tool ลากเส้นตรงจากล่างไปบน ปรับตามความต้องการ
4.ไปที่ Add Layer mash ปรับกล่องสีให้เป็นดำ-ขาว ไปที่ Brush Tool> Brush preset pixker
ปรับขนาดแปรงเป็น 250 ปรับ Opacity=100% Flow=100%
5.คลิกที่ภาพส่วนที่ต้องการให้รุ้งจางลง จากนั้นไปที่ Layer1 ลดค่าลงเหลือ Opacity 20%


วิธีการทำภาพโลโม้

1.เลือกภาพที่ต้องการ
2.สร้าง Background ขึ้นมาอีกหนึ่ง โดยคลิกขวาที่ Background คลิกที่ Dvplicate Layer
3.เปลี่ยนจาก Nomal เป็น Soft Light
4.สร้าง layer ขึ้นมาเปลี่ยน feather เป็น 30px ไปที่เครื่องมือ Rectargvlar Marquee Tool
5.ลากใส่รูปให้เป็นคล้ายกรอบรูป5.คลิกขวา Select Inverse ใช้เครื่องมือ Paint Bucket Tool เพื่อเติมสีเลือกเป็นสีดำ-ขาว
6.จากนั้นกด ctrl-j เพื่อ copy layer เปลี่ยน Nomal ให้เป็น Overley ทั้งสอง
7.สร้าง layer ขึ้นมาอีกไปที่เครื่องมือ Gradient tool เป็นสีให้เป็นสีขาวหมด
8.แล้วลากเพื่อทำเป็นคล้ายๆแสงสว่าง แล้วเลื่อน layer นั้นมาใส่ระหว่างกลางของสอง layer ก่อนหน้า




วิธีการทำฟองอากาศ
1.ตั้งค่าหน้ากระดาษ แล้วเลือกสีเทา
2.คลิ๊กที่แถบเมนูด้านบน เลือก Filter > Distort > Polar Coordinates และเลือก Polar to Rectangular
3.ทำ Background โดยการดับเบิ้ลคลิ๊กที่ Layer Background
4.ไปที่แถบเมนูด้านบน เลือก Filter > Distort > Polar Coordinates และเลือก Rectangular to Polar
5.เลือก Elliptical Marquee Toolจากนั้นกด Shift ค้าง แล้วลากเม้าส์เพื่อสร้าง Selection วงกลม
6.กด Ctrl + Shift + i เพื่อกลับด้าน Selection แล้วกด Delete เพื่อลบพื้นที่ที่เราไม่ต้องการ
7.จากนั้นเลือกรูปที่ต้องการจะนำฟองอากาศไปใส่ขึ้นมา8.ลากฟองอากาศไปใส่รูปจัดแต่งตามต้องการ












วิธีการทำภาพจิ๊กซอ

1.เลือกภาพที่จะนำมาทำเป็นจิ๊กซอให้เป็นฺ Back ground
2.กด ctrl+J เพื่อเพิ่ม Layer
3.ไปที่ Styles เลือกลูกเล่นที่ Puzzle (Image) เพื่อให้ภาพเป็นจิ๊กซอ
4.จากนั้นไปปรับภาพให้เป็น 50% ไปที่ Opacity
5.แล้วไปดับเบิ้ลคลิกที่ Back ground ที่เราแต่ง
6.มันจะขึ้นเป็น Layer Style
7.ให้ไปคลิกที่ Texture ไปปรับที่ Scale และ Depth ตามความเหมาะสมของรูป
8.ก็จะได้ภาพเป็นจิ๊กซอ Save ภาพเป็น JPGE ค่ะ





วิธีการทำภาพวาด

1.เลือกรูปที่ต้องการ
2.copy Backgroud ไปที่Filter+Stylize+Find Edges
3.จากนั้นไปที่ Filter+Blur+Gaussian Blur
4.ปรับระดับตามความเหมาะสม





วิธีการทำไฮไลท์สีผม
1.เลือกภาพที่ต้องการจะไฮไลท์สีผม
2.สร้าง Layer ขึ้นมาอีกหนึ่ง
3.จากนั้นใช้เครื่องมือ Polygonal Lasso Tool เพื่อทำการไฮไลท์
4.จัดลากให้เป็นทรงแล้วเติมสีด้วยเครื่องมือ Paint Bucket Tool
5.ไปที่ Filter > Blur > Gaussian Blur แล้วปรับค่า Radus ตามความเหมาะสมสวยงาม

1.เลือกรูปที่จะมาตัดต่อ(รูปที่คล้าย ๆกันจะทำได้ง่าย

2.ตัดใบหน้ารูปเราไปใส่อีกรูปหนึ่งด้วยเครื่องมือ Magndic Lasso Tool แล้วนำไปไว้ Layer ที่สร้างไว้

3.แต่งภาพให้เนียนด้วยเครื่องมือ Eraser tool ลบส่วนเกินที่ไม่ต้องการออกและจัดใบหน้าให้เช้ากัน

4.ใช้เครื่องมือ Blur Tool ที่คล้ายรูปหยอดน้ำเกลี่ยผิวภาพ

5.ปรับความสว่างโดย Image-Adjustment-Brihtnessl Contrast

6.ปรับความคมชัด Image-Adjustment-Color Balance ปรับภาพให้กลมกลืนกัน

7.ถ้าต้องการดูดสีของสีผิวไปใส่ใบหน้า หรือสีของใบหน้าให้เหมือนกับสีผิวโดยการใช้เครื่องมือ Color Replacement Tool แล้วกด Alt แช่ไว้แล้วดูดสี

8.ถ้าต้องการให้หน้าสว่างขึ้นใช้เครื่องมือ Dodge Tool

9.ถ้าต้องการให้ภาพคมเข้มใช้เครื่องมือ Burn Tool10.ปรับแต่งภาพให้เข้ากันแล้ว Save


วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

การทำรูปภาพให้เป็นภาพสีน้ำ
ขั้นตอนการทำ
ไปที่ File > Open เพื่อเลือกรูปภาพที่เราต้องการ

เปิดขึ้นมาก็จะเป็นอย่างนี้

แล้วก็ไปที่ Filter> Artistic> Watercolor


ก็จะได้อย่างนี้ แล้วก็กด ok


เพื่อให้ภาพสมจริงเราก็ไปที่ Filter > Texture > Texturizer


ก็จะได้เป็นอย่างนี้ขึ้นมา แล้วเราก็ปรับขนาดตรง Scaling ประมาณ 118% Relief 3 % แล้วก็ ok



ก็จะได้เป็นอย่างนี้

























วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553